กาแฟถูกใช้เป็นของกินแล้วก็ยารักษาโรคในสมัยก่อนมาก่อน

ชาวอารับผูกขาดการสร้างรวมทั้งส่งออกเม็ดกาแฟมาเป็นเวลายาวนาน แม้ว่าจะมีจะมีการส่งออกเม็ดกาแฟจำนวนมากมายเป็นอันมาก แต่ว่าเม็ดกาแฟซึ่งสามารถเพาะฯลฯได้หรือต้นกล้าของกาแฟ ก็มิได้รับอนุญาตให้นำออกมาจากอารับเลย แต่ในปี คริสต์ศักราช 1690 ชาวฮอลล์แลนด์ได้มีการนำพืชบางจำพวกจากอารับ ซึ่งรวมทั้งต้นกาแฟ ไปปลูกที่ในสวนพฤกษศาสตร์ที่ฮอลล์แลนด์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มของการเดินทางของกาแฟไปทั้งโลก จากนั้นไม่นาน ก็เริ่มมีการปลูกต้นกาแฟขึ้นที่ชวา ทั้งยังมีการส่งต้นกล้าไปยังสวนพฤกษศาสตร์อื่นๆในทวีปยุโรปด้วยด้วยเหมือนกัน

สำหรับประวัติความเป็นมาของกาแฟในดินแดนอเมริกาใต้ เริ่มในปี คริสต์ศักราช 1723 ข้าราชการชายหนุ่มชาวประเทศฝรั่งเศสที่จำต้องเดินทางไปทำงานที่มาร์ตำหนินีก (Martinique) อันเป็นดินแดนโพ้นทะเลของประเทศฝรั่งเศส ในสมุทรแคริบเบียน เขามีความคิดกันว่าต้นกาแฟที่ปลูกอยู่ในสวนพฤกศาสต์สามารถเจริญวัยที่มาร์ตำหนินีกได้ โดยเหตุนั้นเขาก็เลยได้ลักขโมยต้นกาแฟขึ้นเรือ และก็เดินทางกลับไปยังมาร์ตินีก

ถึงแม้ในระหว่างการเดินทาง จะมีปัญหาจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นลมพายุที่ร้ายแรง โจรสลัด หรือแม้กระทั้งการขาดแคลุกลนของกินบนเรือ ต้นแฟก็สามารถแพร่ไปรวมทั้งแพร่พันธุ์ที่มาร์ตำหนินีก ต่อจากนั้นไม่นาน ต้นกาแฟก็ได้กระจัดกระจายไปทั่วหมู่เกาะประเทศอินเดียตะวันตก รวมทั้งสุดท้ายก็มาถึงแผ่นดินใหญ่ของทวีปอเมริกาใต้ ซึ่งเป็นแหล่งปลูกกาแฟที่สำคัญในตอนนี้

การเดินทางของกาแฟ ผ่านช่วงเวลาอันช้านาน จากประเทศตะวันออกไปยังดินแดนโลกใหม่ด้านตะวันตก หลังจากนั้นกาแฟก็ได้ขยายแล้วก็แพร่ขยายไปทั่วทุกมุมโลก ด้วยรสของกาแฟที่เชื้อเชิญเผลอไผล บวกด้วยคุณประโยชน์ของกาแฟที่ช่วยคลายความเมื่อยล้าล้า ทั้งยังมีหลักฐานช่วยเหลือจำนวนมาก ก็เลยทำให้กาแฟเปลี่ยนเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมของมนุษย์ทั้งโลกที่ชอบใจในรสอย่างไม่รู้เรื่องลืมตลอดมา