นย์ทำความเข้าใจชุมชนในจังหวัดตราด:การแบ่งปันความคิดทอ้งถิ่น

ต้นไม้ที่มองผิดตาพวกนี้เจริญวัยในรอบๆริมฝั่งที่เป็นน้ำกร่อย แต่ละต้นมีรากใหญ่หลายรากที่กางออกเหมือนนิ้วมือ หยั่งรากผ่านน้ำกร่อยลงสู่พื้นดินริมฝั่ง มีหอยนางรมแล้วก็เพรียงจำนวนไม่ใช่น้อยเกาะตามราก ราวกับนิ้วมือมนุษย์ที่มีหูดหรือมีแหวนสวมอยู่ รากกลุ่มนี้ใส่สานกันจนกระทั่งมองแน่นหนา รอโอบอุ้มหลายสิ่งหลายอย่างมากยิ่งกว่าที่คนใดจะคาดการณ์ เช่น ระบบนิเวศ ชุมชน รวมทั้งวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นแถบริมตลิ่ง ในขณะที่เรือของพวกเราแล่นช้าๆไปตามหนทางน้ำที่ไหลลงสู่สมุทร โอบล้อมไปด้วยต้นโกงกางทุกด้าน ภาพของทั้งหมดทุกอย่างที่คนเขียนเคยอ่านจากหนังสือเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของป่าชายเลนกลุ่มนี้ผุดขึ้นมาอย่างแจ่มแจ้ง

พวกเราอยู่ในหมู่บ้านเปร็ดในซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดตราดทางทิศตะวันออกสุดของเมืองไทย มีสามัญชน 632 คน 164 ครอบครัว วิถีชีวิตของราษฎรที่อาศัยอยู่ในแถบริมตลิ่งนี้ ขึ้นกับความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลน ประชาชนดำรงชีวิตด้วยการจับปู หาปลา รวมทั้งกุ้งเพื่อความมีชีวิตรอดและก็สร้างรายได้ พวกเขาจำเป็นต้องพึ่งอยู่กับถิ่นที่อาศัยของสัตว์น้ำทางทะเลที่สมบูรณ์บริบูรณ์ ที่หล่อเลี้ยงโดยต้นโกงกางซึ่งมีระบบระเบียบรากอันแน่นหนาที่ช่วยลดผลพวงของภัยจากธรรมชาติด้านสภาพอากาศเปลี่ยนสุดขีด อย่างเช่น ลมพายุเฮอริเคน และก็คลื่นสึนามิสึนามิ จากรายงานของ FAO เรื่อง หน้าที่ของป่าชายเลนสำหรับเพื่อการลดผลพวงของคลื่นสึนามิสึนามิ ที่ทำขี้นเมื่อปี 2550 “ป่าชายเลนสามารถซับแรงชนของคลื่นธรรมดาได้ถึงจำนวนร้อยละ 70-90”

ในตอนทศวรรษ 2523 มีการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำเชิงการค้ากันอย่างล้นหลามและการตัดต้นไม้ทำลายธรรมชาติ กิจกรรมกลุ่มนี้นำหายนะมาสู่ป่าโกงกาง/ป่าชายเลน พรากวิถีชีวิตธรรมดาไปจากราษฎร แล้วก็เกราะคุ้มครองภัยจากพายุโซนร้อนที่เกิดขึ้นเป็นประจำ ในตอนปี พุทธศักราช 2529 ราษฎรเปร็ดในเริ่มโต้ตอบการตัดต้นไม้ทำลายธรรมชาติที่ทำกันกระทั่งเกินขนาด ด้วยการก่อตั้งกรุ๊ปป่าดงชุมชนเปร็ดใน แล้วก็กันพื้นที่แคบๆตามแนวปากแม่น้ำให้เป็นหลักที่ห้าม

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา หมู่บ้านเปร็ดใน ได้เปลี่ยนเป็นแบบอย่างอันทรงอำนาจที่ทำให้เห็นว่า การจัดการโดยชุมชนอย่างมั่นคง สามารถมอบอำนาจแก่ชุมชนได้ ด้วยการดูแลรักษาทรัพยากรที่สำคัญต่อการเลี้ยงชีพ การแบ่งปันวิชาความรู้ด้านวัฒนธรรม รวมทั้งการเสริมสร้างธรรมาภิบาลในแคว้นให้เข็มแข็ง และการบูรณะระบบนิเวศป่าชายเลนไปในเวลาเดียวกัน หัวหน้าเขตแดนก็ได้เริ่มกิจกรรมการถ่ายทอดความรู้แล้วก็ประสบการณ์ให้แก่สมาชิกของชุมชน เพื่อได้ศึกษาเข้าใจในเรื่องคุณประโยชน์ของการจัดการทรัพยากรริมฝั่งอย่างยั่งยืน เพื่อรักษาทรัพยากรอันสำคัญพวกนี้ไว้ให้ชนรุ่นหลาน